More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  STORY ON THE WALLPhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

คำบางคำ

 
 
วันนี้ผมรู้สึกเหมือนโดนเหยียบจมดิน สิ้นท่า
 
โดยคนที่ผมรัก
 
ด้ายบางๆที่เคยผูกอดีตที่สวยงามถูกตัดขาด สะบั้น
 
 
 
 ออกจะฟังดูสลดไม่ใช่เล่น
ไม่มีอะไรสวยงาม ไม่มีคำใดจะหามาอธิบายความรู้สึกได้
หากคุณเคยโดนกดทับด้วยอะไรบางอย่างที่หนักอึ๊ง นั่นแหล่ะ
 
ผมเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อใช้คำ และให้คำเหล่านั้นแทนความรู้สึกคน
โดยเฉพาะนักเขียน อย่างเราๆ เราไม่โทษคำ เราควรขอบคุณมันซะมากกว่า
แม้แต่คำพูดแย่ๆของคน ที่เหมือนแผลที่กัดกร่อนเข้าไปในใจ ก็สามารถนำมาเป็นพลัง
เพื่อสร้างงานศิลปะ เพื่อสร้างความบันเทิงใจ ให้ผู้เสพงานได้ความรู้สึกประทับใจ
จากความข่มขื่นของเราได้เช่นกัน
 
 
แต่ยังไงก็ตาม จงรับมันให้ได้
"อยู่กับมันให้ได้"
 
พ่อสอนผมเสมอมา คำของพ่อทำให้ผมมีชีวิตต่อได้เสมอๆ
ผมรักพ่อครับ
 
 

ตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลง

 
 
ผม : ทำไมมึงทำแบบนี้ล่ะ แบบนี้มันตัดเพื่อนกันเลยนะเว้ย ถึงมันจะเป็นคนแบบนั้นก็เถอะ มันก็เป็นเพื่อนเรานะ
       นี่มึงกะจะไม่คุยกับมันตลอดไปเลยรึไง
 
G:   กูอยากสอนให้มันรู้ว่าสิ่งที่มันทำแย่ๆทำตัวมันเอง กับพ่อแม่ของมัน เป็นสิ่งที่เสีย แน่นอนมันรู้ว่าสิ่งที่มันทำไช่สิ่งที่ดี
       ดังนั้นกูให้มันสัญญากับกูว่า ถ้ามันยังทำตัวแบบนี้อีก กูจะไม่คุยกับมันตลอดไป       
      
      จนกว่าถึงถึงวันที่มันเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบที่มันสัญญากับกูได้ กูจะกลับมาคุยกับมัน
 
      แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากูไม่รักมัน เป็นห่วงมัน ตัดขาดกัน เพียงแต่ กูไม่อยากเห็นมันเจ็บแบบนี้อีกด้วย
 
ผม : ทำไม?
 
G:  มึงรู้มั้ย ถ้ามันทำตัวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คนที่รักมัน ก็ต้องพลอยตีตัวห่างออกจากมันไป ทีละคนสองคนอยู่ดี
 
      คือพูดง่ายๆ นิสัยแบบนี้ ทำให้เสียเพื่อน และกูจะเป็นเพื่อนคนแรกที่มันเสีย
 
      คือ กูยอมเป็นตัวอย่างให้มันเห็นว่า ถ้ามันยังทำตัวแบบนี้ต่อไป ไม่ช้านาน ก็ต้องเสียคนที่มันรัก ไปอีก
 
ผม: มึงยอมเป็นตัวอย่าง..
 
G:  ใช่ มึงอาจจะไม่ชอบวิธีการของกู แต่กูต้องทำแบบนี้
 
 
สุดท้ายแล้ว เรื่องราวที่ผ่านมา ทำให้เพื่อนผู้หญิงของเราคนนั้นเปลี่ยนแปลงอะไรได้ไม่มาก หรือแทบไม่เปลี่ยนไปเลย
เมื่อผมคุยกับเพื่อนผู้หญิงคนนั้น เธอแทบร้องไห้ กับเพื่อนชื่อ G สัญญาที่เธอยังทำมันไม่ได้ เป็นเครื่องตอกย้ำตัวเธอว่าต้องดีกว่านี้ ต้องดีกว่านี้
เป็นปมในใจเธอมาตลอด มันตอกย้ำอยู่ตลอดเวลาว่ามีสิ่งที่เธอต้องทำ
 
ผมเอาใจช่วยเธอ
 
ทุกวันนี้ สองคนนี้เค้ายังไม่คุยกัน
 
 
ในตอนแรกผมไม่ชอบวิธีการของ G แต่ ยอมรับกันตรงๆว่า ตอนนี้ผมเอาวิธีการของG มาใช้กับคนอื่นเหมือนกัน
คนแบบผมและ G มีเยอะก็ไม่ดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้
 
คนที่อยากให้คน "เปลี่ยนแปลง"
แต่ลึกๆเราทั้งคู่ไม่ได้เปลี่ยนไป
 
 
 
 
 
 
 
 

นักเขียน.. แล้วไง

 
 
ในที่สุดฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียน หนังสือเล่มแรกในชีวิตวางแผงแล้ว
นวนิยายสไตล์คอมมิค A Nightly Dream
 
-แต่ฉันไม่ได้โด่งดังอะไรหรอกนะ เป็นนักเขียนใช่ว่า จะไม่ต้องอยู่คนเดียวตลอดเวลา
ฉันก็ยังเหมือนเดิม  เหมือนเดิม  อาจจะต่างจากเดิมนิดหน่อย คือ ฉันไม่มีคนเดินร่วมทางเหมือนก่อน..
ถึงแม้จะได้ออกสื่อต่างๆมากกว่าเดิม ได้ลงหนังสือ แล้วไง.....
 
หลายคนปลาบปลื้มในตัวเรา ส่งเมลล์มาหา เอาหนังสือมาให้เซ็น
 
"พี่นี่เจ๋งจริงๆ ....    โคตรเจ๋งเลย....
(ฉันอยากตะโกนใส่บ้องหูพวกแกดังๆ ว่า "กูไม่ได้เจ๋งอะไรขนาดนั้น  คนที่เจ๋งเป้งขนาดนั้น ต้องกินข้าวคนเดียวในทุกๆมื้อแบบฉันรึยังไง!!! ....แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นว่ะ)
 
 
-ฉันก็ยัง ผิด หวัง เท่าเดิม เสียใจเท่าเดิม  ร้องเพลงได้ห่วยเหมือนเดิม ไม่ได้เข้มแข็งขึ้น หรือว่าอ่อนแอลง
มันก็ยังเหมือนเดิม ใครว่านักเขียน เป็นผู้ไม่ทุรนทุรายต่อโลกมากนัก จัดการกับชีวิตได้ดี  ฉันก็ยังตื่นสาย ทุรนทุรายเหมือนเดิม และยังจัดการหลายๆอย่างได้แย่เหมือนเดิม
 
 
"ถ้านายอยากมีใครซักคนดูแล  นายต้องเริ่มจากดูแลตัวเองก่อน"
ขอบคุณเพื่อนเจี๊ยบ สำหรับคำนี้
 
ขอบคุณ
ไม่ต้องห่วง ฉันจะเริ่มดูแลตัวเอง ให้มากกว่าเดิม
 
แม่ครับ หวังว่าแม่คงรอได้  อีกไม่นานหรอก
 
 
 
 
สีปอนด์ 18/06/08
 
 
 

บุญๆทานๆ

 
 
การทำบุญทำทานคือสิ่งที่ดี ผู้ที่ให้บุญย่อมถูกตราว่าเป็นคนดีไปโดยปริยาย
 
การทำบุญในช่วงเทศกาลก็เป็นความน่ารักของคนดีๆ ทั้งหลายที่ออกมาร่วมป่าวประกาศว่าที่ทำนี่คือสิ่งที่ดี
 
...
 
แต่ด้วยความเป็นคนที่คิดมากเกินเหตุ ผมดันไปมองทะลุถึงการได้และการรับ และผลหลังจากบุญนั้น
 
ผมเชื่อว่ามีคนเฒ่า คนแก่ไม่น้อยที่เร่งทำบุญกันปาวๆ เพื่อให้ตัวเองได้ไปสวรรค์ในวันสิ้นลม
 
คนเหล่านั้นพร่ำสอนคนรุ่นหลังๆต่อๆมาว่าทำบุญให้มากๆ พอตายแล้วจะได้ไปสวรรค์....
 
จะเรียกว่าคนเราทำบุญหวังผลกันทั้งนั้นจะหยาบคายไปมั้ย แต่ผมเองก็เชื่อว่ามีอีกหลายคน
 
ที่ทำบุญโดยไม่ยึดว่านั่นคือบุญ และมีความคิดว่าตายไปก็คงได้ลงนรกก่อนสวรรค์อยู่แล้ว จะตามกระแสไปทำไม
 
....
 
อ่านมาถึงบรรทัดนี้อย่างมึงมองว่าผมเลวนะครับ ผมแค่คิดมากไป
 
แค่คิดว่าถึงวันๆ นึง อยากทำบุญโดยไม่รู้ตัวบ้าง (ที่ไม่คิดว่านั่นคือบุญ)
 
และไม่ต้องคิดกังวลว่าจะตกนรก หรือ ขึ้นสวรรค์
 
การทำบุญแบบไม่รู้ตัวสำหรับผมคือการบริจาคอะไรซักอย่าง ที่อาจไม่ใช่เงิน เช่นเสื้อผ้าเก่าๆ หนังสือที่อ่านจบแล้วให้รุ่นน้อง หรือ
 
แบ่งอาหารให้คนที่ไม่มีอันจะกิน
 
(ซึ่ง ถ้าได้เห็นหน้าคนรับยิ้มแย้มพออกพอใจ คงจะมีความสุขดีไม่น้อย และคิดว่าสบายใจยิ่งกว่าการทำบุญกับพระ)(ส่วนตัว)
 
เพราะพระไม่เคยยิ้มเลย เวลา บริจาคทรัพย์ (ส่วนตัวจริงๆๆๆๆ)
 
ไม่ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ไม่ต้องรอวันเทศกาล ไม่ต้องโอนเงิน เซ็นเอกสาร
 
และอีกแง่นึง ผมว่า บุคคลที่ทำงานเพื่อสร้างสรรค์ความคิดความอ่านของคนในสังคมฟรีๆ ให้หันมาใส่ใจสังคม ครอบครัว
 
นั่นก็คือบุญโดยไม่ตั้งใจที่น่าเอาเยี่ยงอย่างมาก
 
 
(เคยได้ยินคำสอนลอยแผ่วๆมาว่า สวรรค์ อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ) ดังนั้นคงไม่ผิดถ้าตายไปแล้วผมจะคิดว่าผมจะไม่มีทั้งนรก หรือ สวรรค์
 
เพราะอกและใจ คงมอดไหม้ กลายเป็นขี้เถ้าไปหมดแล้ว แล้วสวรรค์ นรก จะอยู่ที่ไหน (ที่แน่ๆถึงวันนั้นผมคงไม่ออกตามหาทั้งสองที่นี้แน่)
 
 
ว่าแล้วจะรออะไร บุญโดยไม่ตั้งใจ ทำได้ถมไป ง่ายๆ ไปต้องไปวัด ไปโบสถ์ สวดนู้นสวดนี่
 
ไม่ต้องกลัวจะตกนรกถ้าไม่ทำบุญในวันปีใหม่ หรือวันเกิด (ทำบุญเช้า  เย็นดื่มเหล้า มีประโยชน์อะไร ว่าแต่มันหักล้างกันได้หรือ)
 
ทำเลย และสิ่งสำคัญที่สุด คือการหวังผลตอบแทน ที่ควรหวังว่าไม่หวังอะไรนอกจากความสบายใจจริงๆของตัวเอง
 
 
ไม่มีทั้งนรก และสวรรค์
 
จะกลัวอะไร ก็ตายเหมือนกันแหล่ะ
 
จะมัวแบ่งชนชั้นกันทำไมว่าใครอยู่ต่ำ อยู่สูง
 
ลองให้ เพราะอยากให้เค้าดู ให้คนที่ขาด ไม่ใช่คนที่มี
 
 
เติมในส่วนที่ยังไม่เต็มกันบ้างเถอะ
 
 
 
 ปล. หวังว่าคงไม่ใช่คนเลวที่พิมพ์ออกมาแบบนี้